รางปลั๊กไฟ 12 Outlet ควบคุมการเปิด-ปิด ของพัดลมระบายอากาศ รุ่น S7-00112

4,950 ฿

30A POWER DISTRIBUTION 12 Outlet Cable 3M.&Protection (ไม่รวมปลั๊ก) รุ่น S7-00112

รายละเอียด

รางปลั๊กไฟ 12 Outlet ควบคุมการเปิด-ปิด ของพัดลมระบายอากาศ รุ่น S7-00112

รางปลั๊กไฟ 12 Outlet ควบคุมการเปิด-ปิด ของพัดลมระบายอากาศ รุ่น S7-00112

เหตุผลที่ต้องเลือกใช้ “ปลั๊กไฟคุณภาพ” คุณภาพ

โดยปกติแล้วการเลือกซื้อทุกอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เราจะใคร่ควรหาข้อมูลก่อนซื้อเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรุ่นโทรศัพท์ จอทีวี คอมพิวเตอร์
แต่กลับมองข้ามสิ่งเล็กๆ ที่แสนสำคัญอย่าง ‘ปลั๊กไฟ’ เพราะหลายๆ คนเลือกปลั๊กไฟไปใช้ โดยที่ไม่สนใจความปลอดภัย ขอแค่มีใช้งานเสียบปลั๊กมีไฟเข้าก็พอ

ดาวน์โหลดเอกสาร Specifiation ( ประเภทไฟล์ PDF, ขนาด 596KB)

1. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบใดๆ อันเนื่องจากข้อผิดพลาดทางการพิมพ์ (ผิด/ตก)
2. ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและโปรโมชั่นโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า


ปลั๊กพ่วง/รางปลั๊กไฟ มีแบบไหนกันบ้าง

มาทำความรู้จักปลั๊กพ่วงกันก่อน
ปลั๊กพ่วง คืออุปกรณ์ตัวหนึ่งที่จำเป็นกับการใช้งานในบ้าน เนื่องจากโดยปกติ เต้ารับผนังนั้นจะถูกวางจุดมาอย่างตายตัว จึงต้องใช้ปลั๊กพ่วงเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิเช่น
1. จำนวนเต้ารับไม่เพียงพอกับอุปกรณ์ที่จะใช้
2. ต้องการความยาวสายไฟที่เพิ่มขึ้น
3. ต้องการใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ในปลั๊กพ่วง เช่นกรองสัญญาณ,กันไฟกระชาก
4. เพื่อความสวยงามของการจัดวางสาย
ที่ผ่านมา “ปลั๊กพ่วง” ไม่เคยถูกกำหนดมาตรฐาน เพิ่งจะมามีมาตรฐานปลั๊กพ่วงในปีนี้เอง ทางผู้เขียนจะมาแยกย่อยให้ฟังในปลั๊กพ่วงแต่ละประเภทกัน

ปลั๊กบ็อกยางสนาม 
ปลั๊กบ็อกยางสนามวัสดุบอดี้จะเป็นยาง เพื่อลดแรงกระแทกและความทนทาน ส่วนใหญ่จะใช้ในงานช่าง หรือใช้งาน Outdoor ไม่ค่อยเห็นใครนำปลั๊กบ็อกยางมาใช้ภายในบ้าน เพราะไม่ค่อยส่วนงาม ส่วนใหญ่จะรองรับไฟได้ที่ 3500W (แล้วแต่รุ่น)

ปลั๊ก 3 ตา 

ปลั๊กแบบนี้เป็นต้นกำเนิดที่เรียกว่า “ปลั๊กสามตา” ครับส่วนใหญ่จะรองรับไฟที่ประมาณ 500W-1000W การใช้งานควรจะดึงสายไฟให้หมดก่อนใช้

ปลั๊กโรลสายไฟ

ปลั๊กโรลม้วนสายไฟส่วนใหญ่จะรองรับการใช้งานที่ 2500W-3500W มักจะใช้ในกรณีที่ต้องการใช้สายไฟยาว ๆ เพราะม้วนโรลนั้นสามารถเก็บได้ง่าย มีหัวเสียบทั้งแบบ 2 ขา และแบบ 3 ขา การใช้งานควรจะดึงสายไฟให้หมดก่อนใช้

ปลั๊กพ่วง2ขา

ปลั๊กที่เราเห็นกันจนชินตาเพราะมีขายกันแพร่หลายทั่วไป มักจะรองรับไฟที่ประมาณ 1500W ไม่เหมาะกับการใช้งานไฟสูง ๆ เหมาะกับใช้งานทั่ว ๆ ไปเช่นพัดลม ชาร์จมือถือ แบบนี้พอได้ ส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับคำว่า “มอก.สายไฟ 11-2531” ซึ่งแปลว่ามี มอก.เฉพาะสายไฟ ไม่มี มอก.ทั้งตัว

ปลั๊กจีน

ปลั๊กที่แอดคิดว่ามีความอันตรายที่สุด อันตรายในที่นี้เกิดจากภาพลักษณ์ที่ดูน่าใช้งาน ดูแข็งแรง แต่เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ข้างในงานเป็นอย่างไร ประกอบเช่นไร ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นปลั๊กจีนมักจะใช้เหล็กหรือเหล็กชุบสีแทนทองเหลือหรือทองแดง ทำให้มีความร้อนที่สูงขึ้นครับ ส่วนใหญ่จะเขียนว่ารองรับไฟที่ 2500W แต่เอาเข้าจริงอย่าใช้ถึงเลย อันตราย

ปลั๊กกรองไฟ

ปลั๊กกรองไฟส่วนใหญ่จะเป็นปลั๊กที่มีราคาสูง เหมาะกับอุปกรณ์ประเภทเครื่องเสียง โฮมเธียร์เตอร์ ทีวี อุปกรณ์ภาพและเสียงที่มีราคาแพง (AV) เพราะจะมีฟังก์ชั่นในการกรองสัญญาณภาพและเสียงให้ไม่มีสัญญาณรบกวน และส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นกันไฟกระชากประสิทธิภาพสูงอีกด้วย โดยทั่วไปจะออกแบบมาให้รองรับกำลังไฟได้สูง 3500W

ปลั๊กกันไฟกระชาก

เป็นปลั๊กที่มาพร้อมฟีเจอร์กันไฟกระชาก ฟ้าผ่า,หม้อแปลงระเบิด, โดยจะใส่วงจรกันไฟกระชากมาด้วย มีการรับแรงกระชากที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนจูลล์ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรติดตั้งสายดินที่บ้าน ปกติจะรองรับไฟที่ 10A 2500W หรือ 16A 3500W

ปลั๊กปรับแรงดัน

จริง ๆ จะเรียกว่าปลั๊กพ่วงก็คงไม่ถูกนัก เพราะแท้จริงแล้วมันคืออุปกรณ์ที่ชื่อว่า “Stabilizer” หรือเครื่องปรับแรงดันอัตโนมัติ แต่มีบางรุ่น ที่ดีไซน์ให้มีรูปร่างเล็กกระทัดรัด จนดูเหมือนกับว่าเป็นปลั๊กพ่วง เหมาะกับบ้านตามต่างจังหวัดที่มักมีปัญหาเรื่องแรงดันไฟฟ้า การเลือกซื้อควรซื้อให้วัตต์ครอบคลุมกับอุปกรณ์ที่ใช้งาน เช่น ทีวีกินไฟ 60W บวกกับอุปกรณ์อื่น ๆ รวมกันไม่ถึง 150W ก็เลือกซื้อสัก 350W ก็เพียงพอต่อการใช้งาน เป็นต้น

ปลั๊ก มอก.

เป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดของปลั๊กพ่วง โดยมีข้อกำหนดหลายอย่างที่มาจากทาง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เป็นมาตรฐานใหม่ของปลั๊กในประเทศไทย และต้องใช้แบบเดียวกัน ต่อไปถ้าปลั๊กพ่วงไม่เป็นไปตาม มอก.ฉบับนี้ถือว่าฝ่าฝืนและผิดกฏหมาย การให้ใบอนุญาตมี 2 พิกัด คือพิกัด 10A 2500W และ 16A 3500W

ปลั๊กไฟคุณภาพ สังเกตได้อย่างไร 

1. มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ
เป็นสิ่งที่ต้องมี ย้ำว่า ‘ของมันต้องมี’ ในปลั๊กไฟแบบนี้ ต้องพ่วงเยอะ เป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าชั้นดี และต้องรองรับกำลังไฟได้สูง ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อเสียบปลั๊กไฟเต็มทุกรู ไฟฟ้าเกินกำลังกว่าที่จะส่งให้ได้ หรือเกิดมีการลัดวงจรจากแหล่งไฟฟ้าอีกทีนึง เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ระบบเบรกเกอร์ตัดไฟอัตโนมัติสมควรมีเป็นอย่างยิ่ง

2. กันกระแทก ตกลงจากที่สูงก็ยังใช้งานได้ปกติ
ตำแหน่งการวางปลั๊กไฟแต่ละจุด นอกจากจะวางบนพื้นราบแล้ว บางทีก็จำเป็นจะต้องแขวนกับผนังหรือวางบนชั้นสูง แน่นอนว่า อุบัติเหตุการตกสามารถเกิดขึ้นได้ (อย่างแรกก็คงจะเป็นการเกี่ยวสายไฟ) เพราะฉะนั้น หากปลั๊กไฟตกลงมากระแทกพื้น เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าข้างในนั้นยังดีอยู่มั้ย ชิ้นส่วนภายในหลุดไปแล้วหรือไม่ อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ในภายหลัง จึงควรเลือกใช้งานปลั๊กที่ผ่านการทดสอบแรงปะทะ จากการตกและกระแทก น่าจะดีกว่า

3. ดูด้วยตาเปล่า มีม่านป้องกันอันตราย
จุดสังเกตข้อแรกของปลั๊กไฟคุณภาพ เรื่องของความปลอดภัยจะต้องมาก่อน ทั้งนี้เด็กเล็กภายในบ้าน จะมีความซุกซนเป็นพิเศษตามวัย เดี๋ยวจะเผลอเอานิ้วแหย่ปลั๊กไฟได้ง่ายล
ถ้าหากไม่มีม่านนิรภัยในจุดนี้ อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ ทางที่ดีควรมีม่านนิรภัยป้องกันในปลั๊กไฟ ด้านในนั้นจะเป็นสื่อนำไฟฟ้าที่ดีมากน้อยต่างกันอย่างไร ก็ขอให้ด้านนอกปลอดภัยเป็นจุดแรก

4. พลาสติกไม่ลามไฟ
หากว่าปัญหาการลัดวงจรมันสุดวิสัย เกิดช็อตจนมีไฟลุกลามขึ้นมา อย่างน้อยๆ ตัวเนื้อพลาสติกของตัวปลั๊กไฟไม่ควรลุกลามไปตามไฟ จะช่วยลดระดับอัคคีภัยภายในบ้านได้
ไม่ถึงขั้นร้ายแรงไฟไหม้ลามไปทั้งหลัง เพียงเพราะปลั๊กไฟเป็นตัวต้นเหตุนั่นเอง

5. ทำจากทองเหลืองแท้ นำไฟได้ดี ไม่เป็นสนิม
ว่ากันด้วยเรื่องของตัวนำไฟฟ้าภายในปลั๊กไฟ มีหลากหลายตัวที่สามารถนำไฟฟ้าได้ แต่ที่ดีที่สุดต้องยกให้ ‘ทองเหลืองแท้’ ด้วยคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้ดี มีความทนทานสูง ไม่ขึ้นสนิมง่ายๆ ลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร
จุดนี้ต้องสังเกตให้ดีๆ นะ ทั้งในปลั๊กและหัวปลั๊ก จะต้องเป็นของเหลืองแท้เท่านั้น ไม่ใช่เหล็กชุบสีเหลือง!!

รางปลั๊กไฟ ของพัดลมระบายอากาศ  ชุดสายพ่วง ปลั๊กไฟคุณภาพสูง  ปลั๊กไฟคุณภาพมีมาตรฐาน  ปลั๊กไฟ คุณภาพมาตรฐาน มอก.  ปลั๊กรางที่ดีควรมีลักษณะแบบไหน 

QR Code

QR Code